เงินบาทเปิด 33.11 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าเล็กน้อย" เสี่ยง Two-Way Risk
เงินบาทผันผวน! เปิด 33.11 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าเล็กน้อย" เสี่ยง Two-Way Risk จับตา Fed-ตะวันออกกลาง ดันตลาดการเงินปิดรับความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.11 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.07 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย (แกว่งตัวในกรอบ 33.03-33.14 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ยังคงมาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ
ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้น ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้ถูกจำกัดบ้าง จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ อาทิ ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนกรกฎาคม ที่โตชะลอลง 0.2% น้อยกว่าที่ตลาดคาด
นอกจากนี้ เงินบาทได้ถูกกดดันเพิ่มเติม หลังราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังราคาทองคำไม่สามารถทรงตัวเหนือโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ อีกทั้ง แรงขายทองคำบางส่วนยังมาจากการปรับพอร์ตหลังหุ้นธีม AI/Semiconductor ปรับตัวลงแรงอีกครั้ง ทั้งนี้ ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาด ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อแนวโน้มฐานะการคลังและปัญหาหนี้สาธารณะของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่กดดันบอนด์ระยะยาวในช่วงนี้ ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ
บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง กดดันโดยสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้น หนุนความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ซึ่งอาจอยู่ในระดับสูงได้นาน ขณะเดียวกัน ระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่สูง ได้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth โดยเฉพาะหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่เผชิญแรงขายหนัก อาทิ Micron -7.0%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Exxon Mobil +2.5% และหุ้นกลุ่ม Defensive อย่าง กลุ่ม Healthcare นำโดย Eli Lilly +3.6% ทำให้ โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.22% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด -0.69% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ดิ่งลง 1.33%
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน และจังหวะย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้จำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 99.7 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.5-99.7 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงขายลดความเสี่ยงพอร์ต หลังหุ้นธีม AI/Semiconductor ปรับตัวลงแรง ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทยอยปรับตัวลงต่อเนื่อง ทว่า ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ความกังวลต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึง และแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน หนุนให้ ราคาทองคำสามารถแกว่งตัวเหนือโซน 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญฝั่งสหรัฐฯ จะอยู่ที่รายงานการประชุม FOMC (FOMC Meeting Minutes) ล่าสุด ที่จะรับรู้ในช่วงราว 01.00 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ นี้ ตามเวลาประเทศไทย นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ผลการประมูลบอนด์ 20 ปี สหรัฐฯ ในช่วงก่อนรับรู้รายงานการประชุม FOMC เล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ได้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.30 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.12 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่หยุดชะงักลง
สำหรับคืนนี้ จะมีการรายงานผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)
ทั้งนี้ตลาดติดตามการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะออกมาตลอดเดือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากนาย Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมผู้นำธนาคารกลางประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 201.29 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 107 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.00 - 33.30 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.00 / ขาย 33.30
- EUR/THB 38.10 - 38.60 แนะนำ ซื้อที่ 38.10 / ขาย 38.60
- JPY/THB 0.2050 - 0.2100 แนะนำ ซื้อที่ 0.2050 / ขาย 0.2100
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB